สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ศาสนา

ประเทศอินโดนีเซียมีคนนับถือศาสนามุสลิมกว่า 90% ส่วนที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์พุทธ (ประมาณ 2 ล้านคนซึ่งเป็นคนจีน-อินโด) และศาสนาฮินดู (กว่า 85% ของชาวบาหลี)

เกร็ดทางวัฒนธรรมในการทำธุรกิจ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำธุรกิจในอินโดนีเซีย
  1. มีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลายตามเมืองใหญ่ๆ ในอินโดนีเซีย แต่ถ้าเป็นไปได้เวลาเดินทางไปยังที่ต่างๆ ควรมีคนท้องถิ่นไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเดินทางออกนอกจาการ์ตา
  2. การมีหุ้นส่วนท้องถิ่นที่เหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดนี้
  3. การนัดพบกันโดยตรงกับผู้ที่มีจะมาเป็นหุ้นส่วนบริษัทถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการประเมินการแสดงออกในความสนใจที่มีต่อธุรกิจ
  4. ชาวอินโดนีเซียชอบการปฏิบัติที่นอบน้อม สุภาพ และชอบสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลก่อนทำธุรกิจ
  5. ชาวอินโดนีเซียเลือกที่จะทำธุรกิจแบบเผชิญหน้าและหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร การยืนยันการประชุมนั้นส่วนมากจะทำได้ต่อเมื่อมาถึงประเทศอินโดนีเซียแล้ว
  6. นักธุรกิจชาวอินโดนีเซียมักจะต้องการเอกสารทางการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ แต่น้อยครั้งที่จะติดต่อกลับไปยังผู้ส่ง เพราะเชื่อกันว่าถ้าบริษัทต้องการที่จะเข้ามาในตลาดจริง ทางตัวแทนจะต้องลงทุนและลงแรงในการวิจัยตลาดด้วยตนเอง
  7. การตัดสินใจทางธุรกิจเน้นเรื่องราคาเป็นหลัก (โดยมากจะเป็นเหรียญสหรัฐฯ ) สภาพคล่องในทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนั้นไม่ค่อยมี และต้นทุนมักจะสำคัญกว่าคุณภาพ
  8. แนะนำให้ใช้เอกสารสินเชื่อ (Letter of Credit) ในการชำระเงินเมื่อทำธุรกิจในอินโดนีเซีย

โดยทั่วไป – สำหรับชาวอินโดนีเซีย (โดยเฉพาะชาวชวา) ท่าทางและลักษณะภายนอกมีความสำคัญมาก ชาวอินโดนีเซียมีวัฒนธรรมการเชื่อฟังผู้อาวุโสกว่าทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ซึ่งนำไปสู่ "Bapak Syndrome" ที่มีความหมายว่า เจ้านายถูกเสมอและมีเพียงเจ้านายเท่านั้นที่ตัดสินใจได้
การแต่งกาย – เสื้อเชิ๊ตและเนคไทเป็นที่ยอมรับในการพบปะทางธุรกิจต่างๆ ชุดซาฟารีสามารถใช้ในงานที่เป็นทางการได้ เสื้อบาติกเหมาะสำหรับโอกาสทางการต่างๆ อาทิ ปาร์ตี้ค๊อกเทล ควรคำนึงถึงวัฒนธรรมของชาวมุสลิม โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตัวของผู้หญิง การแต่งหน้าและน้ำหอมควรใช้อย่างพอดี

ถึงแม้ประเทศอินโดนีเซียจะมีความซับซ้อนด้านวัฒนธรรม ความเชื่อและการใช้ชีวิต แต่ก็มีวัฒนธรรมที่เป็นมาตรฐานบางอย่างที่ขาดไม่ได้ในการติดต่อธุรกิจเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการติดต่องานกับชาวอินโดนีเซีย โดยเฉพาะชาวชวา หรือการแสดงความไม่พอใจออกมาถือว่าหยาบคายและไม่เคารพอย่างมาก ดังนั้น เมื่อใดที่มีข้อทักท้วงควรที่จะคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องคนเดียวเท่านั้นเพื่อเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติและแสดงถึงความเคารพ

แนวทางพื้นฐานสำหรับการสร้างปฎิสัมพันธ์ประกอบไปด้วย
  • ใช้การจับมือทักทายเวลาพบปะผู้คน
  • การโค้งจากเอวเป็นการให้ความเคารพ
  • ทำตัวให้เป็นมิตรเนื่องจากคนอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาก
  • ห้ามแสดงอาการโกรธหรือโมโหเด็ดขาด
  • พูดคำว่าขอบคุณในภาษาอินโดนีเซีย (TerimaKasih) เมื่อจบการประชุมเพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
  • เอกสารต่างๆ สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ ในขณะที่ราคาที่ยกมาควรจะเป็นเหรียญสหรัฐฯ หรือ ปอนด์
  • มีการซักถามเรื่องส่วนตัว
  • เวลาถูกเชิญให้ไปบ้าน ควรมีของขวัญติดมือเล็กๆ น้อยๆ เวลาให้ควรให้ด้วยมือขวา
  • เรียนรู้ประโยคพื้นฐานที่ใช้กันบ่อยๆ ในภาษาอินโดนีเซียเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
  • มีของฝากติดมือเล็กๆ น้อยๆ เช่น หนังสือ (ปกแข็งสำหรับบุคคลสำคัญ) หรือ ปากกาสำหรับบริษัทเวลาติดต่อธุรกิจ
  • ควรพูดเนื้อหาให้กระชับและพยายามอย่าใช้ภาษาที่เข้าใจยากในการนำเสนอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ อย่างเช่น เวลาแลกนามบัตร ควรใช้สองมือหรือมือขวาเท่านั้น
  • ในขณะที่นั่งประชุม พยายามวางเท้าราบไปกับพื้น ห้ามให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นฝ่าเท้าโดยเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการแตะต้องหรือข้ามศีรษะผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่อาวุโสกว่า สังเกตการสื่อสารทางร่างกายให้ดี การท้าวสะเอวและกอดอกแสดงถึงความโกรธ
  • การนัดพบหรือนัดประชุมเป็นเรื่องที่ลำบากเนื่องจากตารางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรอธิบายให้ฟังถึงที่มาและเหตุผลของการมาเยี่ยมตั้งแต่การสนทนาครั้งแรก
  • การตอบจดหมายหรือโทรสารเป็นไปอย่างล่าช้าสุภาพนอบน้อมและให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ หลีกเลี่ยงการทำให้เสียหน้าหรือวิจารณ์คนอื่นในที่สาธารณะ
  • น้ำเสียงขณะสื่อสารสามารถสร้างหรือทำลายความสัมพันธ์ได้
  • พยายามอย่ารีบหรือเร่งรัดผู้อื่นและอย่ายื่นคำขาดในเรื่องใดๆ
  • พยายามอย่าสายไม่ว่าการจราจรจะแย่แค่ไหนก็ตาม
  • รอให้เจ้าบ้านเป็นผู้เชิญให้ทานหรือดื่มก่อน อย่าเสนออาหารหรือเครื่องดื่มในช่วงถือศีลอด

การนำเสนองาน กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจในอินโดนีเซียคือการสื่อสารที่ชัดเจนและการสานความสัมพันธ์ระยะยาว ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวเป็นอย่างดีสำหรับการนัดพบครั้งแรก ข้อมูลทางด้านเทคนิคและเรื่องราคามักจะถูกพูดถึงเสมอตั้งแต่การประชุมครั้งแรกๆ
หุ้นส่วนในอินโดนีเซียมักจะลังเลในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย คู่แข่งและสัดส่วนในตลาดก่อนการเจอหน้ากัน แต่จะเปิดเผยและมีแนวโน้มที่จะให้ข้อมูลมากขึ้นเมื่อได้มีการพบปะกันแล้ว ผู้ประกอบการควรทราบไว้ด้วยว่าบริษัทต่างชาติคาดหวังที่จะให้บริษัทร่วมออกค่าใช้จ่ายในแคมเปญส่งเสริมการขายและการตลาดด้วย

ปิดทั้งหมด/แสดงทั้งหมด

“แบล็คแคนยอน” - 'แฟรนไชส์' โมเดลตอบโจทย์

แบล็คแคนยอน ธุรกิจร้านอาหารกาแฟ ที่ทุกวันนี้มีสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นเป็นสิ่งที่าการันตีถึงความสำเร็จของผู้บริหาร ที่สามารถนำพาธุรกิจแบรนด์ไทยออกสู่ต่างประเทศและเป็นที่จับตาของบรรดาเอสเอ็มที ที่วันนี้แบรนด์ดังกล่าวก็เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ มาก่อนเช่นกัน ปัจจุบันแบล็คแคนยอนมีสาขาในประเทศไทย 206 สาขา ขณะที่สาขาในต่างประเทศเป็นการขยายแฟรนไชส์ทั้งหมดประกอบด้วย 7 ประเทศรวม 36 สาขา ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา ยูเออี (ดูไบ) บาเรนท์ และสาขาล่าสุดคือที่เซี่ยงไฮ้ ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

บริษัท Sigma & Hearts–ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยางยนต์

ที่มา: “สรุปผลการสัมมนาเรื่องโอกาสทางการค้าและการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย”Thailand - Indonesia Business Council 2554 คุณมรกต สิงหแพทย์ ประธานบริษัท ได้เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการขยายฐานการผลิตของบริษัทออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วจึงตัดสินใจลงทุนในอินโดนีเซียเพราะเห็นว่าตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ภายในหนึ่งปีหลังการเข้าไปลงทุน Sigma & Hearts มีผลประกอบการดีกว่าที่คาดไว้คุณมรกตจึงตัดสินใจขยายการผลิตโดยสร้างโรงงานของบริษัทขึ้นเอง

“โหนดทิ้ง”–หัตถกรรมเส้นใยตาล

ที่มา: “โหนดทิ้ง” หัตถกรรมเส้นใยตาล เพิ่มค่าใส่ภูมิปัญญา ชาวบ้าน, ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับผลิตภัณฑ์ใยตาลแปรรูปเป็นส่วนหนึ่งของการนำส่วน ของตาลมาแปรรูปในรูปแบบของงานหัตกรรมซึ่งสามารถนำ มาทำเป็นของใช้ เช่น หมวก กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์จุดเด่น ของเส้นใยตาล ต่างจากเส้นใยอื่นๆ เพราะมีความเหนียวไม่ ฉีกขาดได้ง่าย เมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีความแข็ง แรงทนทาน