ประเทศฟิลิปปินส์

ข้อมูลเบื้องต้น

ภูมิหลัง

ประเทศฟิลิปปินส์ในอดีตเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศสเปนและสหรัฐอเมริกา ต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ฟิลิปปินส์ได้รับเอกราชในวันที่ 4 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2489 แต่ฟิลิปปินส์ได้กำหนดวันชาติให้เป็นวันที่ 12 มิถุนายน เพื่อรำลึกถึงการประกาศเอกราชจากสเปนในวันที่ 12 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2441 และได้กลายมาเป็นสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน

รายละเอียด

ฟิลิปปินส์เป็นหนี่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจำนวนประชากรประมาณ 94 ล้านคน บุคลากรในประเทศมีการศึกษาสูงและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีจำนวนประชากรชั้นกลางที่ต้องการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ฟิลิปปินส์มีทรัพยากรธรรมชาติอยู่เป็นจํานวนมาก ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล และรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์ไม่พึ่งพาภาคใดภาคหนึ่งเพียงภาคเดียว กิจการธุรกิจรับจ้างบริหารระบบธุรกิจ (Business Process Outsourcing: BPO) เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุด คิดเป็นประมาณ 15% ของตลาดการจ้างงานภายนอกของโลก (Global Outsourcing Market) นอกเหนือไปจาก BPO แล้ว อุตสาหกรรมสำคัญอื่นๆ ที่สําคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมส่วนมากจะรวมตัวกันอยู่รอบๆ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์สามารถรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เนื่องจากมีอัตราการบริโภคภายในประเทศสูง พึ่งพาการส่งออกน้อย และได้รับรายได้จากแรงงานชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สถานที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของฟิลิปปินส์เอื้อให้ประเทศฟิลิปปินส์กลายเป็นประตูสำคัญสำหรับนักลงทุนในการเข้ามาสู่ภูมิภาคอาเซียน ด้วยระยะทางในการเดินทางสู่ฮ่องกงน้อยกว่า 2 ชั่วโมง และภายใน 4 ชั่วโมงสู่เมืองหลักอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ยังเป็นทางผ่านของท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญต่างๆ อีกด้วย

ข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์เป็นเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economy) ที่มีการขยายฐานของผู้บริโภค ในปี ค.ศ. 2009 ประเทศฟิลิปปินส์สามารถประคองเศรษฐกิจของตัวเองท่ามกลางวิกฤตการเงินโลกไว้ด้วยอัตราการเติบโตที่ไม่สูงนักคือ 0.9% ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยอัตรา 7.3% นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 20 ปี อัตราที่สูงขึ้นนี้มาจากการเติบโตของภาคบริการ ประกอบกับการลงทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่ง การเติบโตของ BPO การโรงแรมและร้านอาหาร การค้าส่งและค้าปลีก และการนำเข้าและส่งออก รัฐบาลปัจจุบันได้ประมาณการณ์ไว้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตจะอยู่ระหว่าง 5.9-6.9% ต่อปี เกือบหนึ่งในสี่ของแรงงานฟิลิปปินส์ทำงานในต่างประเทศ แหล่งที่มาหลักๆ ของการส่งเงินข้ามประเทศมาสู่ฟิลิปปินส์มาจาก สหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาราเบีย แคนาดา สหราชอาณาจักร อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายได้เหล่านี้ได้เข้ามาช่วยในเรื่องของดุลการค้า การบริโภคและอัตราการเติบโตของการลงทุน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเฟื่องฟูธุรกิจในฟิลิปปินส์โดยมากจะเป็นธุรกิจครอบครัวหรือเป็นธุรกิจที่ดูแลโดยกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทั้งโดยตรงหรือผ่านทางบริษัทเอกชนต่างๆ
อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ที่แท้จริง 7.3%
GDP – แยกตามภาค

ภาคเกษตรกรรม: 13.9%
ภาคอุตสาหกรรม: 31.3%
ภาคบริการ: 54.8%

GDP (เหรียญสหรัฐฯ) 188.7 พันล้าน
GDP ต่อหัว (เหรียญสหรัฐฯ) 3500
อัตราการออม (% ของ GDP) 40% (2009)
การส่งออก 50.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
การส่งออก – สินค้าสำคัญ สารกึ่งตัวนำและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การขนส่ง เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ทองแดง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม น้ำมันมะพร้าว ผลไม้
การส่งออก – คู่ค้าที่สำคัญ ญี่ปุ่น 15.2%, สหรัฐอเมริกา 14.7%, สิงคโปร์ 14.2%, จีน 11.1%, ฮ่องกง 8.4%, เยอรมัน 5.2% เนเธอร์แลนด์ 4.7%
การนำเข้า 59.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
การนำเข้า – สินค้าสำคัญ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ แร่เชื้อเพลิง เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง เหล็กและเหล็กกล้า ผ้าทอ ธัญพืช สารเคมี พลาสติก
การนำเข้า – คู่ค้าที่สำคัญ ญี่ปุ่น 12.5%, สหรัฐอเมริกา 10.8%, สิงคโปร์ 9.3%, จีน 8.5%, ไทย 7%, เกาหลีใต้ 6.9%, ประเทศอื่นๆ ในเอเซีย 6.6%
แรงงาน 38.9 ล้านคน
แรงงาน – แยกตามสายอาชีพ เกษตรกรรม: 33%
อุตสาหกรรม: 15%
บริการ: 52%
อัตราการว่างงาน 7.3%
อัตราเงินเฟ้อ – ดัชนีราคาผู้บริโภค 3.8%
ดอกเบี้ยเงินกู้ 5.4%
เกษตรกรรม – ผลิตภัณฑ์ อ้อย มะพร้าว ข้าว ข้าวโพด สัปปะรด มะม่วง หมู ไข่ เนื้อวัว ปลา
อุตสาหกรรม ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ รองเท้า ยา สารเคมี ผลิตภัณฑ์ไม้ อาหารแปรรูป การกลั่นปิโตรเลียม การตกปลา
อัตราการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรม 12.1%
อัตราการแลกเปลี่ยน – ต่อเหรียญสหรัฐฯ เปโซ (PHP) ต่อ เหรียญสหรัฐฯ
45.1 (2010)
47.7 (2009)
44.4 (2008)
ที่มา: Central Intelligence Agency. The World Factbook;ยกเว้น 1COMTRADE;
หมายเหตุ: สถิติของปี 2010 ยกเว้นหากแจ้งเป็นอื่น

การเมืองการปกครอง

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ซึ่งแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ มีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขและผู้นำรัฐบาล และมีการเลือกตั้งผู้ปกครองในทุกระดับชั้นตั้งแต่ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี วุฒิสมาชิก จนถึงผู้ปกครองท้องถิ่นในระดับบารังไก (Barangay) ซึ่งเป็นหน่วยปกครองเล็กที่สุดเทียบเท่าระดับหมู่บ้าน รัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดมีอิสระในการปกครองตนเองภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (Department of Interior and Local Government) ฟิลิปปินส์แบ่งเขตการปกครองเป็น 14 ภูมิภาค (region) แยกเป็น 79 จังหวัด (province) ซึ่งแยกย่อยลงไปเป็น 117 เมือง (city) ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และจำกัดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นางกลอเรีย อาร์โรโย (Gloria Macapagal Arroyo) ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยมิได้มาจากการเลือกตั้งหลังจากประธานาธิบดีคนก่อนคือ นายโจเซฟ เอสตราด้า (Joseph Estrada) ถูกปลดจากตำแหน่ง และนางอาร์โรโยได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 จากการเลือกตั้งในสมัยต่อมา ระบบกฎหมายในฟิลิปปินส์เป็นการรวมกันของกฎหมายแองโกลอเมริกัน กฎหมายโรมัน กฎหมายสเปน และขนบธรรมเนียมประเพณีของคนพื้นเมือง รัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1987 เป็นกฎหมายพื้นฐานของประเทศ

ประชากร

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ซึ่งแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ มีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขและผู้นำรัฐบาล และมีการเลือกตั้งผู้ปกครองในทุกระดับชั้นตั้งแต่ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี วุฒิสมาชิก จนถึงผู้ปกครองท้องถิ่นในระดับบารังไก (Barangay) ซึ่งเป็นหน่วยปกครองเล็กที่สุดเทียบเท่าระดับหมู่บ้าน รัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดมีอิสระในการปกครองตนเองภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (Department of Interior and Local Government) ฟิลิปปินส์แบ่งเขตการปกครองเป็น 14 ภูมิภาค (region) แยกเป็น 79 จังหวัด (province) ซึ่งแยกย่อยลงไปเป็น 117 เมือง (city) ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และจำกัดให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นางกลอเรีย อาร์โรโย (Gloria Macapagal Arroyo) ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยมิได้มาจากการเลือกตั้งหลังจากประธานาธิบดีคนก่อนคือ นายโจเซฟ เอสตราด้า (Joseph Estrada) ถูกปลดจากตำแหน่ง และนางอาร์โรโยได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 จากการเลือกตั้งในสมัยต่อมา ระบบกฎหมายในฟิลิปปินส์เป็นการรวมกันของกฎหมายแองโกลอเมริกัน กฎหมายโรมัน กฎหมายสเปน และขนบธรรมเนียมประเพณีของคนพื้นเมือง รัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1987 เป็นกฎหมายพื้นฐานของประเทศ
 
ประชากร 14,701,707 คน
โครงสร้างอายุ

0-14 ปี: 32.2% (ชาย 2,375,155/ หญิง 2,356,305)
15-64 ปี: 64.1% (ชาย 5,623,030/ หญิง 4,893,761)
65 ปีขึ้นไป: 3.8% (ชาย 208,473/ หญิง 344,993)

อายุมัธยฐาน (median age) ทั้งหมด: 22.9 ปี
ชาย: 22.2 ปี
หญิง: 23.7 ปี
อัตราการเจริญเติบโตของประชากร 1.7 %
อัตราการเกิดจำนวนคนเกิดในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน 25.4 ต่อ 1,000 คน
อัตราการตายจำนวนคนตายในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน 8.1 ต่อ 1,000 คน
อัตราการย้ายถิ่นสุทธิจำนวนคนย้ายถิ่นในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน -0.3 ต่อ 1,000 คน
อัตราส่วนเพศ แรกเกิด: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
ต่ำกว่า 15 ปี: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
15-64 ปี: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
65 ปีขึ้นไป: 0.6 ชาย ต่อ 1 หญิง
ประชากรทั้งหมด: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
กลุ่มย่อย เขมร 90%, เวียดนาม 5%, จีน 1%, อื่นๆ 4%
ศาสนา พุทธ (ทางการ) 96.4%, อิสลาม 2.1%, อื่นๆ 1.3%, ไม่ระบุศาสนา 0.2% (1998)
ภาษา เขมร (ทางการ) 95%, ฝรั่งเศษ, อังกฤษ
ความสามารถในการอ่านและเขียน (อายุ 15 ปีขึ้นไป) ประชากรทั้งหมด: 87.5% (2008)
ที่มา: Central Intelligence Agency. The World Factbook; ยกเว้น 3 U.S. Department of State; 4 Singapore Department of Statistics;
หมายเหตุ: สถิติของปี 2011 ยกเว้นหากแจ้งเป็นอื่น

 

ปิดทั้งหมด/แสดงทั้งหมด

“ครัวไทย” ก้าวสู่ Top Five ใน 8 ปี

ที่มา: “ครัวไทย ในฟิลิปปินส์ ก้าวสู่ TOP FIVE ใน 8 ปี”, ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 15 สิงหาคม 2552 คุณ พงษ์พจน์ หิรัญพฤกษ์ เลือกที่จะลงทุนเปิดร้านอาหารไทยในฟิลิปปินส์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดยเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับ B+ ขึ้นไป ในการเปิดตัวครั้งแรก ได้มีการทำ PR เชิญสื่อและคนดังมาชิมอาหาร ทำให้เป็นที่สนใจ ไม่นานก็มีคนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 1 ปี หลังจากนั้นได้มีการขยายสาขาปีละ 1 สาขา จนเกิดเป็นแฟรนไชส์ร้านครัวไทยขึ้นมา

Mazuma – ความสำเร็จแบรนด์ไทย บนเวทีนานาชาติ

ที่มา: “MAZUMA ความสำเร็จแบรนด์ไทย บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ”, ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน 2554 บริษัท Mazuma ขายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องกับการใช้น้ำ นายวฤธ ดุรงค์เดช รองกรรมการผู้จัดการ เล่าถึงความสำเร็จของแบรนด์ว่า การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและ ได้มาตรฐานในราคาเหมาะสมที่ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ ทำให้มัดใจลูกค้าได้มาจนถึงปัจจุบัน