รวมสหภาพพม่า

ข้อมูลเบื้องต้น

ภูมิหลัง ในปีพ.ศ.2428 อังกฤษได้เข้ายึดครองพม่าและรวมอาณาจักรไตซึ่งมีกะเหรี่ยงคะฉิ่นและไทยใหญ่ไว้เป็นรัฐอารักขาต่อมาได้จัดรูปแบบการปกครองใหม่โดยแบ่งเป็นรัฐต่างๆขึ้นตรงต่อผู้สำเร็จราชการอังกฤษ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชนชาติต่างๆได้เรียกร้องเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 12 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2490 นายอูอองซานและผู้นำชนชาติไตและคะฉิ่นได้เข้าร่วมลงนามในสัญญาปางลอง (Panglong Agreement) ซึ่งระบุว่าพม่าเป็นชนชาติหนึ่งในลุ่มแม่น้ำอิระวดีและทุกชนชาติจะร่วมกันต่อสู้เพื่อเอกราชเมื่อได้รับเอกราชครบ 10 ปีแต่ละชนชาติซึ่งได้แก่กะเหรี่ยงมอญไทยใหญ่และคะฉิ่นจะสถาปนาเอกราชของตนเองภายหลังที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้วก็มีการจัดตั้งสหภาพพม่าซึ่งประกอบด้วยชนชาติต่างๆและมีนายอองซานเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก รายละเอียด สหภาพพม่าเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีลักษณะพิเศษคือ เป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพรมแดนทางแผ่นติดต่อกับสองประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ได้แก่ จีน และอินเดีย แต่เดิมชาวตะวันตกเรียกประเทศนี้ว่า Burma จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 พม่าได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Myanmar ชื่อใหม่นี้เป็นที่ยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ แต่บางชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อนี้ เนื่องจากไม่ยอมรับรัฐบาลทหารที่เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ ปัจจุบันหลายคนใช้คำว่า Myanmar ซึ่งมาจากชื่อประเทศในภาษาพม่าว่า MyanmaNaingngandaw ไม่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลทหารอย่างไรก็ตาม คำว่า เมียนมาร์ เป็นการทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า Myanmar แต่ความจริงแล้ว ชาวพม่าเรียกชื่อประเทศตนเองว่า มยะหม่า ภูมิประเทศของประเทศตั้งอยู่ตามแนวอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์ และมีหาดที่สวยงามเก่าแก่บริสุทธิ์อยู่หลายแห่งพม่ามีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดียและทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธิเบตและจีน ส่วนทางตะวันออกติดกับลาวและทางตอนใต้ติดกับไทยรูปพรรณสัณฐานเหมือนกับว่าวที่มีหางยาวล้อมรอบเกือกม้าขนาดใหญ่คือแนวเทือกเขามหึมาและภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ มียอดเขาสูงอยู่มากมายตามแนวเทือกเขาของพม่าและมีหลายยอดที่สูงเกินกว่า 10,000 ฟุตตามแนวชายแดนหิมาลัยทางเหนือของพม่าที่ติดกับธิเบตเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ "ฮากากาโบ ราซี" 19,314 ฟุตต่ำลงมาจากแนวเขาเหล่านี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ภายในประเทศพม่ารวมทั้งเขตแห้งแล้งกินอาณาเขตตอนกลางของพม่าและยังมีที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาวลงไปทางตอนใต้เป็นนาข้าวกว้างใหญ่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

จากสภาพการณ์โดยทั่วไปการลงทุนในสหภาพพม่าให้ผลตอบแทนที่สูงเนื่องจากสหภาพพม่าเป็นตลาดที่ใหญ่ดังนั้นจึงมีอุปสงค์ต่อสินค้าและบริการในปริมาณมากประกอบกับตลาดพม่าเป็นตลาดที่เปิดใหม่สหภาพพม่าเองยังมีทรัพยากรธรรมชาติอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการขุดค้นดังนั้นจึงมีโอกาสมากมายในการลงทุนนอกจากนี้นักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสหภาพพม่ายังมีจำนวนน้อยสภาพการแข่งขันทางธุรกิจจึงไม่รุนแรงเท่ากับการลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆอย่างไรก็ตามการลงทุนในสหภาพพม่ายังคงมีความเสี่ยงที่สูงอันเป็นผลมาจากภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองกฎระเบียบการลงทุนที่ไม่เอื้ออำนวยการขาดสถาบันทางการเงินที่น่าเชื่อถือประกอบกับการขาดโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณูปโภคที่จำเป็นในการลงทุนเช่นถนนหนทางที่ใช้ในการขนส่งสินค้ายังอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนไฟฟ้าซึ่งเหตุการณ์ไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตกบ่อยครั้งในสหภาพพม่าตลอดช่วงวันถือเป็นเรื่องปกติดังนั้นการลงทุนในสหภาพพม่าจึงมีลักษณะที่เรียกว่า High Risks High Returns ซึ่งผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจที่สนใจจะลงทุนในประเทศนี้จะต้องทำความเข้าใจและยอมรับในเบื้องต้นให้ได้เสียก่อนว่าสภาพการณ์ที่ว่านี้เป็นสภาพการณ์ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้แต่สามารถที่จะควบคุมให้ความเสี่ยงทางด้านต่างๆอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้

ข้อมูลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

พม่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาขั้นต่ำ หรือมีรายได้เฉลี่ยต่อบุคคลอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก จากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยทหาร รัฐบาลทหารได้นำสหภาพพม่าไปสู่ระบบเศรษฐกิจเสรี และแม้ต่อมาได้จัดตั้งสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) ก็ยังคงยึดนโยบายเช่นเดิมคือ อนุญาตให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการผลิตและการจัดการ รวมทั้งได้เปิดประเทศให้มีการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น แต่มีอัตราการขยายตัวไม่แน่นอน เพราะเศรษฐกิจของสหภาพพม่าต้องพึ่งพาสินค้าเกษตรเพียงไม่กี่ชนิด ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ นอกจากนี้สหภาพพม่ายังประสบปัญหาด้านมหภาค เช่น เงินเฟ้อ ความแตกต่างกันของอัตราแลกเปลี่ยนในระบบและนอกระบบ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลงบประมาณของรัฐ การขาดแคลนไฟฟ้าและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีอัตราการขยายตัวขึ้นลงในแต่ละปีสูงมาก โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่ามีเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเขตเกษตรกรรมคือบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี และแม่น้ำสะโตง ปลูกข้าวเจ้า ปอกระเจา อ้อย และพืชเมืองร้อนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการทำเหมืองแร่ ภาคกลางตอนบนมีน้ำมันปิโตรเลียม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขุดแร่ หิน สังกะสี และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทำเหมืองดีบุก และมีการทำป่าไม้สักทางภาคเหนือส่งออกขายและล่อมมาตามแม่น้ำอิระวดีเข้าสู่ย่างกุ้ง อุตสาหกรรมของพม่ากำลังมีการพัฒนาอยู่บริเวณตอนล่างของประเทศ เช่น ย่างกุ้ง

ปัจจุบันแม้ว่ารัฐบาลพม่ายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่สำคัญเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจมหภาค แต่พยายามเร่งการพัฒนาภาคการเกษตร การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การนำทรัพยากรมาใช้ (โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและพลังน้ำ) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

 

อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ที่แท้จริง 5.3%
GDP – แยกตามภาค ภาคเกษตรกรรม: 43.2%
ภาคอุตสาหกรรม: 20%
ภาคบริการ: 36.8%
GDP (เหรียญสหรัฐฯ) 43 พันล้าน
GDP ต่อหัว (เหรียญสหรัฐฯ) 1400
การส่งออก 7.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
การส่งออก–ตลาดสินค้า ก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ไม้ พัลส์ ถั่ว ปลา ข้าว เสื้อผ้า หยกและอัญมณี
การส่งออก – คู่ค้าที่สำคัญ ไทย 43.1%, อินเดีย 18.4%, จีน 9.9%, ญี่ปุ่น5.2% (2009)
การนำเข้า 4.5พันล้านเหรียญสหรัฐ
การนำเข้า – ตลาดสินค้า ผ้า ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปุ๋ย พลาสติก เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง ซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์อาหาร น้ำมันพืช
การนำเข้า – คู่ค้าที่สำคัญ จีน35.4%, ไทย23.9%, สิงคโปร์13.8%, เกาหลีใต้6.3% (2009)
แรงงาน 31.7 ล้านคน
แรงงาน – แยกตามสายอาชีพ เกษตรกรรม: 70%
อุตสาหกรรม: 7%
บริการ: 23% (2001)
อัตราการว่างงาน 5.7%
อัตราเงินเฟ้อ – ดัชนีราคาผู้บริโภค1 9.6%
ดอกเบี้ยเงินกู้ 17% (31 ธันวาคม 2009)
เกษตรกรรม – ผลิตภัณฑ์ ข้าว พัลส์ ถั่วต่างๆ ถั่วลิสง งา อ้อย ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา ไม้เนื้อแข็ง
อุตสาหกรรม เกษตรกรรมแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ทองแดง ดีบุก เหล็ก ทังสเตน ซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ยา ปุ๋ย น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สิ่งทอ หยกและอัญมณีต่างๆ
อัตราการเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรม 43%
อัตราการแลกเปลี่ยน – ต่อเหรียญสหรัฐฯ จ๊าต (MMK) ต่อ เหรียญสหรัฐฯ - 966 (2010) ,1055 (2009) , 1205 (2008)
ที่มา: Central Intelligence Agency. The World Factbook;
หมายเหตุ: สถิติของปี 2010 ยกเว้นหากแจ้งเป็นอื่น

 

การเมืองการปกครอง

ระบบการปกครองของพม่าจัดได้ว่าเป็นการปกครองระบบเผด็จการทหารและมีสถาบันทหารเป็นผู้กุมอำนาจการบริหารและปกครองประเทศ

ระบบการปกครองในปัจจุบันมีองค์กรที่สำคัญคือสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (The State Peace and Development Council; SPDC) ซึ่งได้รับการจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1997 ซึ่งเป็นการทดแทนองค์กรปกครองเดิมที่เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองและทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายต่างๆคือสภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ (State Law and Order Restoration Council; SLORC) SPDC เป็นองค์กรสูงสุดที่มีอำนาจบริหารอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการทำหน้าที่แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีปัจจุบันมีจำนวนรัฐมนตรีว่าการรวมทั้งสิ้น 33 คนและรัฐมนตรีช่วยว่าการรวมทั้งสิ้น 38 คนทำหน้าที่บริหารประเทศตามนโยบายของ SPDC รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีจะไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่งใน SPDC นอกจากนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่เป็นสมาชิกใน SPDC

การจัดระเบียบกระทรวงทบวงกรมต่างๆจะมีลักษณะคล้ายกับของไทยกล่าวคือจะมีหน่วยงานในระดับกรมกองภายในกระทรวงบริหารโดยอธิบดีและผู้อำนวยการกองตามลำดับระบบราชการของพม่าจะไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแต่จะให้อธิบดีกรมที่สำคัญของแต่ละกระทรวงทำหน้าที่เช่นเดียวกับปลัดกระทรวง พม่าแบ่งการปกครองออกเป็น 7 มณฑล (Division) และ 7 รัฐ (State) การปกครองในระดับมณฑลจะเป็นพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าอาศัยอยู่ได้แก่สะกายตะนาวศรีพะโคมาเกวหรือมากุยมัณฑะเลยย่างกุ้งและอิระวดีสำหรับการปกครองท้องถิ่นที่เป็นรัฐ 7 รัฐคือคะฉิ่นคะยา (คะเรนนี่) กะเหรี่ยงฉิ่นมอญฉานยะไขํโดยรัฐทั้ง 7 กำหนดชื่อตามกลุ่มเชื้อชาติที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ในแต่ละรัฐแต่ละมณฑลหรือแต่ละรัฐจะมีประธาน SPDC ประจำมณฑลหรือรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลางทำหน้าที่เป็นหัวหน้าการปกครองสูงสุด

มณฑลและรัฐทั้งหมดมีฐานะเท่าเทียมกันภายในแต่ละมณฑล/รัฐมีการแบ่งส่วนการปกครองออกเป็นระดับต่างๆนอกจากนี้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐก็มีองค์กรส่วนภูมิภาคในระดับต่างๆด้วยเช่นกันได้แก่ State หรือ Division Peace and Development Council (ระดับรัฐและระดับมณฑลตามลำดับ), District Peace and Development Council (ระดับจังหวัด), Township Peace and Development Council (ระดับอำเภอ), Ward Peace and Development Council (ระดับตำบล), และ Village Peace and Development Council (ระดับหมู่บ้าน) นอกจากนี้ รัฐบาลพม่ายังได้ให้มีเขตปกครองพิเศษสำหรับชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มที่ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าแล้วด้วยซึ่งปัจจุบันพม่าได้ทำข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยไปแล้ว 17 กลุ่มแต่คงเหลืออีกเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

ประชากร

ประเทศพม่ามีประชากรประมาณ 54 ล้านคน และมีความหนาแน่นของประชากร 75 คน/ตร.กม.พม่ามีประชากรหลายเชื้อชาติ จึงเกิดเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อยขึ้น

 

ประชากร 53,999,804 คน
โครงสร้างอายุ 0-14 ปี: 27.5% (ชาย 7,560,859/ หญิง 7,278,652)
15-64 ปี: 67.5% (ชาย 18,099,707/ หญิง 18,342,696)
65 ปีขึ้นไป: 5% (ชาย1,184,291/ หญิง 1,533,599)
อายุมัธยฐาน (median age) ทั้งหมด: 26.9 ปี
ชาย: 26.3 ปี
หญิง: 27.5 ปี ี
อัตราการเจริญเติบโตของประชากร 1.1 %
อัตราการเกิดจำนวนคนเกิดในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน 19.3 ต่อ 1,000 คน
อัตราการตายจำนวนคนตายในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน 8.2 ต่อ 1,000 คน
อัตราการย้ายถิ่นสุทธิจำนวนคนย้ายถิ่นในแต่ละปีต่อประชากร ณ วันกลางปี (1 กรกฎาคม) 1,000 คน -0.3 ต่อ 1,000 คน
อัตราส่วนเพศ แรกเกิด: 1.1 ชาย ต่อ 1 หญิง
ต่ำกว่า 15 ปี: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
15-64 ปี: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
65 ปีขึ้นไป: 0.8 ชาย ต่อ 1 หญิง
ประชากรทั้งหมด: 1 ชาย ต่อ 1 หญิง
กลุ่มย่อย พม่า68%, ฉาน 9%, กระเหรี่ยง 7%, ยะไข่ 4%, จีน3%, อินเดีย 2%, มอญ 2%, อื่นๆ 5%
ศาสนา พุทธ 89%, คริสเตียน 4% (โปรแตสแตนท์ 3%, โรมันคาทอลิก 1%), อิสลาม 4%, animist 1%, อื่นๆ 2%
ภาษา พม่า (ภาษาทางการ), ภาษาของชนกลุ่มน้อยต่างๆ
ความสามารถในการอ่านและเขียน (อายุ 15 ปีขึ้นไป)1 ประชากรทั้งหมด: 89.9% (2008)
ที่มา: Central Intelligence Agency. The World Factbook; 1 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
หมายเหตุ: สถิติของปี 2011 ยกเว้นหากแจ้งเป็นอื่น

 

 
 
ปิดทั้งหมด/แสดงทั้งหมด

“ยูร่า”–งามอย่างสาว 2,000 ปี

ความใฝ่ฝันสู่เส้นทางธุรกิจที่เป็นจริงในแบบฉบับของ “ตั๊ก มยุรา” ภายใต้แบรนด์ “ยูร่า” ผลิตภัณฑ์ด้านความงามบำรุงผิวพรรณอย่างสาวสองพันปี ทำให้ครีมบำรุงผิวหน้า “ยูร่า” กลายเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ขายดีในท้องตลาดปัจจุบันด้วยตัวพรีเซ็นเตอร์ที่ใช้ตนเองเป็นตัวการันตีความงามหรือแม้แต่คุณภาพของสินค้าที่รับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้สาวๆทั่วประเทศเชื่อมั่นในสินค้า และต้องการที่จะสวย เนียนอย่างสาวสองพันปีเจ้าของธุรกิจครีมบำรุงผิวหน้า “ยูร่า”

MAZUMA ความสำเร็จแบรนด์ไทย บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ

บริษัท Mazuma ขายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องกับการใช้น้ำ นายวฤธ ดุรงค์เดช รองกรรมการผู้จัดการ เล่าถึงความสำเร็จของแบรนด์ว่า การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและ ได้มาตรฐานในราคาเหมาะสมที่ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ ทำให้มัดใจลูกค้าได้มาจนถึงปัจจุบัน

ธุรกิจคึกคัก รุกสู้ศึก AEC

ประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัดผู้ปลุกปั้นร้านกาแฟและอาหารไทยจนกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จเริ่มขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรือในตลาดอาเซียนเมื่อ 6-7 ปีก่อนจากนั้นจึงขยายไปในประเทศอื่นๆ และมีถึง 19 สาขาในอินโดนีเซีย