โอกาสทางการตลาด

ความน่าลงทุน

การส่งเสริมการลงทุน ไทยและพม่าได้เริ่มเจรจาจัดทำความตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันตั้งแต่ปี 2532 โดยสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในทุกข้อบทในร่างความตกลงฯ เมื่อวันที่ 15-16 กันยายน 2548 และได้มีการลงนามในความตกลงดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 (ยังไม่มีผลบังคับใช้เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อแลกเปลี่ยนสัตยาบันสาร)
ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์http://www.mfa.go.th

ความน่าลงทุนในประเทศพม่า

  • จากลักษณะภูมิประเทศของไทยที่เป็นศูนย์กลางของอินโดจีนทำให้สามารถพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมเชื่อมโยงกับภูมิภาคอินโดจีนและภูมิภาคอื่นๆเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการค้าและการลงทุนทั้งนี้พม่าถือเป็นประตูที่สำคัญของไทยไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ
  • ประเทศไทยมีความได้เปรียบในแง่ทำเลที่ตั้งทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการขนส่งทำให้ไทยเป็นตลาดการส่งออกสินค้าจำพวกทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของพม่านอกจากนี้การที่มีพรมแดนติดกันทำให้สามารถพัฒนาธุรกิจที่เชื่อมโยงไทย-พม่าเช่นการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมเชื่อมโยง
  • ไทยถือเป็นคู่ค้าสำคัญของพม่าเป็นอันดับที่ 3 รองจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศคิดเป็น 12.2%ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของพม่าโดยเฉพาะการค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่าซึ่งทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอดทั้งในด้านปริมาณและมูลค่าการค้าโดยไทยมีสัดส่วนการค้าชายแดนกับพม่าถึง 50%ของมูลค่าการค้าระหว่างไทย-พม่าทั้งหมดในอนาคตหากมีการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-พม่าที่ดีขึ้นโดยผ่านการเจรจาในระดับสูงอาจจะทำให้ปัญหาบริเวณพรมแดนไทยลดน้อยลงและจะช่วส่งเสริมให้มีการค้าผ่านชายแดนไทยได้มากขึ้นในอนาคตอีกด้วย
  • สินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยที่เป็นที่นิยมในตลาดพม่ามากกว่าสินค้าจากประเทศจีนเนื่องจากประชาชนพม่ามีความคุ้นเคยในสินค้าไทยมานานรวมทั้งสินค้ามีคุณภาพในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน
  • ประเทศไทยมีความสามารถด้านเทคโนโลยีและสามารถที่จะพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตครบวงจรโดยเฉพาะในธุรกิจเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเช่นการประมงและปศุสัตว์ และอัญมณีเป็นต้น
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย "พม่า : โอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย"

ข้อตกลงความร่วมมือทางการค้ากับประเทศไทย

การค้า ไทยและพม่ามีกลไกความร่วมมือในกรอบคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย- พม่า (Joint Trade Commission - JTC) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ไทยกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของพม่า (หลังจากที่ไทยเคยครองอันดับ 1 มากว่า 5 ปี) ในปี 2553 การค้ารวมมีมูลค่า 155,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ไทยส่งออกมูลค่า 65,631.2 ล้านบาท (อาทิ สินค้าไขมันและน้ำมันสำเร็จรูปจากพืชและสัตว์ เครื่องดื่มและปูนซีเมนต์) ไทยนำเข้ามูลค่า 90,000.5 ล้านบาท (อาทิ ก๊าซธรรมชาติเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค และสินค้าไม้) ส่วนการค้าชายแดน มีมูลค่ารวม 134,766.4 ล้านบาท คิดเป็น 94% ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมด โดยไทยขาดดุลการค้าชายแดน 36,160.4ล้านบาท จากการซื้อก๊าซธรรมชาติจากพม่า ที่มีมูลค่าสูงถึง96% ของการนำเข้าทางชายแดนทั้งหมด การลงทุน ไทยมีมูลค่าการลงทุนสะสมตั้งแต่ปี 2531 ถึงเดือนพฤษภาคม 2554 คือ 9,568 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 2 รองจากจีน (มูลค่า 9,603 ล้านเหรียญสหรัฐฯ )อันดับ 3 คือ ฮ่องกง (มูลค่า 6,308 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) สาขาการลงทุนของไทยที่สำคัญได้แก่ พลังงานไฟฟ้า การผลิต ประมงและปศุสัตว์ ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยในพม่าเคยครองอันดับ1 จนกระทั่งถึงปี 2553
ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ http://www.mfa.go.th

ลู่ทางการค้าการลงทุน

การทำการค้ากับสหภาพพม่ามี 2 ช่องทางคือการค้าปกติผ่านทางทะเลและการค้าปกติผ่านชายแดนสำหรับการค้าผ่านชายแดนต้องผ่านระบบธนาคารพาณิชย์รัฐบาลสหภาพพม่าอนุญาตให้ใช้เงินบาทเงินจ๊าตและเงินเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการค้าชายแดนได้เพื่อให้การค้าชายแดนมีความคล่องตัว

SWOT Analysis

จุดแข็ง
  • ประเทศพม่ามีทรัพยากรจำนวนมากและมีคุณภาพเช่นแร่โลหะอัญมณีทรัพยากรทางทะเลไม้เนื้อแข็งและไม้สักส่งผลให้พม่ามีความได้เปรียบด้านปัจจัยการผลิต
  • สภาพภูมิประเทศและอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเกษตรกรรมนั้น หากได้รับการพัฒนาที่ดีจะสามารถให้ผลผลิตต่อพื้นที่ปริมาณที่สูง
  • พม่ามีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งกับต่างประเทศได้สะดวก
  • แรงงานภายในประเทศมีค่าจ้างแรงงานต่ำเหมาะสำหรับการลงทุนอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงาน
จุดอ่อน
  • พม่ามีมาตรการกีดกันทางการค้าเช่นการจำกัดการนำเข้าเพื่อไขปัญหาการขาดดุลการค้า
  • ระบบการคมนาคมและสาธารณูปโภคยังไม่มีประสิทธิภาพและขาดแคลนทำให้การติดต่อสื่อสารและการคมนาคมเป็นไปอย่างล่าช้า
  • ถูกจำกัดด้วยระเบียบทางการค้า
  • ถูกคว่ำบาตรด้านการค้า
  • ระบบราชการพม่ามีการคอรัปชั่นสูง
  • ถึงแม้ว่ามีประชากรจำนวนมากแต่ยังมีกำลังซื้อต่ำ
โอกาส
  • นโยบายภาครัฐที่มีการส่งเสริมการลงทุนในสาขาการผลิตต่างๆโดยพยายามลดบทบาทภาครัฐในการดำเนินการผลิตผ่านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจรวมทั้งเปิดเสรีในการลงทุนมากขึ้นเช่นธุรกิจเหมืองแร่การขนส่งเป็นต้น
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนอาจส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาการเมืองในพม่าในทิศทางที่ดีขึ้น
อุปสรรค
  • ปัญหาชนกลุ่มน้อยตามชายแดนไทย-พม่าทำให้รัฐบาลพม่าเกิดความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลไทย
  • ปัญหาการสู้รบระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยทำให้ไม่มีความปลอดภัยตามชายแดนไทย –พม่า
  • ประเทศพม่ามีการกำหนดมาตราการต่างๆเช่นการนำเข้าสินค้าต้องใช้เงินที่ได้จากการส่งออก( Export Earning) การกำหนดสัดส่วนการนำเข้า 80%นอกจากสินค้าจำเป็น 20%ของปริมาณสินค้านำเข้าเป็นต้น
  • การค้าการลงทุนจากประเทศตะวันตกอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุยษชนในพม่าทำให้พม่าถูกคว่าบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริการวมถึงการตัดสิทธิพิเศษทางการค้าในสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมจากยุโรปตั้งแต่ปี 2540
  • นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการลงทุนขนาดใหญ่บางโครงการมีความไม่แน่นอนมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับการลงทุนโดยขาดเหตุผลรองรับ
  • การปิดด่านค้าขายชายแดนบ่อยทำให้สินค้าไทยไม่สามารถขนส่งไปยังพม่าได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: สำนักงานยุทธศาสตร์การพาณิชย์ "การวิเคราะห์ศักยภาพด้านการลงทุนของพม่าโดย SWOT Analysis"

แนวโน้มสินค้าที่อยู่ในความสนใจของพม่า

สินค้านำเข้าที่สำคัญทางชายแดนไทย-พม่า ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ โค กระบือ ถ่านหิน เฟอร์นิเจอร์ ปลาสด กุ้งสด เป็นต้น

สถิติสินค้าแต่ละหมวดหมู่

วิจัยตลาด สินค้านำเข้าที่สำคัญทางชายแดนไทย-พม่า ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ โค กระบือ ถ่านหิน เฟอร์นิเจอร์ ปลาสด กุ้งสด เป็นต้น สินค้าเกษตรกรรม

 

   ชื่อสินค้า    มูลค่า(ล้านบาท)
      เมล็ดผักและสปอร์ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูก       128.1
      ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง       113.9
      ข้าวโพด       105.8
      สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ       83.3
      เครื่องเทศและสมุนไพร       62
      ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง       15.5
      ข้าว       113.4
      ผักสดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง       12.8
      ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง        10.6
      พืชน้ำมัน       8
      รวม 10 รายการ        553.3

ที่มา:โครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทยกระทรวงพาณิชย

 

สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร

 

   ชื่อสินค้า    มูลค่า(ล้านบาท)
      เครื่องดื่ม        4650.9
      ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ        1677
      ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์        1070.7
      นมและผลิตภัณฑ์นม        705.9
      สิ่งปรุงรสอาหาร        463
      น้ำตาลทราย        423
      ผลิตภัณฑ์ข้าว        348
      ผลไม้กระป๋องและแปรรูป        309.6
      อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป        216
      ซุปและอาหารปรุงแต่ง        188.2
      รวม 10 รายการ        10052.3

ที่มา:กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ "ข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจการค้าของประเทศสหภาพพม่า (Union of Myanmar)"

 

สินค้าแร่และเชื้อเพลิง

 

   ชื่อสินค้า    มูลค่า(ล้านบาท)
       น้ำมันสำเร็จรูป        7169.3
       น้ำมันดิบ        2.2
       แร่ยิปซั่ม        0.4
       ก๊าซปิโตรเลียมเหลว        0.4
       เฟลค์สปาร์        0.1
       แบไรท์        -
       รวม 10 รายการ        7172.4

ที่มา: โครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทย กระทรวงพาณิชย์ 2010

 

สินค้าอุตสาหกรรม

 

   ชื่อสินค้า    มูลค่า(ล้านบาท)
       เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์        3179.8
       รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ        2640.6
       ปูนซีเมนต์        2536.3
       เคมีภัณฑ์        2338.2
       เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว        1851.7
       ผ้าผืน        1849
       เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรก        1657.2
       เม็ดพลาสติก        1645.2
       ผลิตภัณฑ์ยาง        1301.5
       ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์        1049.8
       รวม 10 รายการ 20049.4

ที่มา: โครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทย กระทรวงพาณิชย์ 2010

 

ปิดทั้งหมด/แสดงทั้งหมด

“ยูร่า”–งามอย่างสาว 2,000 ปี

ความใฝ่ฝันสู่เส้นทางธุรกิจที่เป็นจริงในแบบฉบับของ “ตั๊ก มยุรา” ภายใต้แบรนด์ “ยูร่า” ผลิตภัณฑ์ด้านความงามบำรุงผิวพรรณอย่างสาวสองพันปี ทำให้ครีมบำรุงผิวหน้า “ยูร่า” กลายเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ขายดีในท้องตลาดปัจจุบันด้วยตัวพรีเซ็นเตอร์ที่ใช้ตนเองเป็นตัวการันตีความงามหรือแม้แต่คุณภาพของสินค้าที่รับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้สาวๆทั่วประเทศเชื่อมั่นในสินค้า และต้องการที่จะสวย เนียนอย่างสาวสองพันปีเจ้าของธุรกิจครีมบำรุงผิวหน้า “ยูร่า”

MAZUMA ความสำเร็จแบรนด์ไทย บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ

บริษัท Mazuma ขายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องกับการใช้น้ำ นายวฤธ ดุรงค์เดช รองกรรมการผู้จัดการ เล่าถึงความสำเร็จของแบรนด์ว่า การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและ ได้มาตรฐานในราคาเหมาะสมที่ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ ทำให้มัดใจลูกค้าได้มาจนถึงปัจจุบัน

ธุรกิจคึกคัก รุกสู้ศึก AEC

ประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัดผู้ปลุกปั้นร้านกาแฟและอาหารไทยจนกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จเริ่มขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรือในตลาดอาเซียนเมื่อ 6-7 ปีก่อนจากนั้นจึงขยายไปในประเทศอื่นๆ และมีถึง 19 สาขาในอินโดนีเซีย